ถ้าจะกล่าวถึงวงดนตรีจากฝั่งเกาะอังกฤษ คงไม่มีใครไม่รู้จักวง Oasis

ด้วยมาดกวนส้นตีนของ สองพี่น้อง กัลลาเกอร์และนิสัยห่ามๆของสองพี่น้องคู่นี้

ทำให้บางคนไม่ค่อยชอบขี้หน้าทั้งไอเรียมและโนเอลแห่งโอเอซิส

ด้วยบทสัมภาษณ์ให้แก่สื่อทุกครั้ง ตรงไปตรงมา

แต่ไม่มีใครที่จะปฏิเสธฝีมือการทำดนตรีของสองพี่น้องคู่นี้

Oasis สุดยอดวงดนตรีร็อคจาก แมนเชสเตอร์ ประเทศอังกฤษ

ที่สามารถกลายเป็นซูเปอร์แบนด์ดัง

คับเกาะอังกฤษได้ และเป็นขวัญใจของแฟนเพลงทั่วโลก คงไม่เกินไปหากจะเรียกพวกเขาว่าเป็นวงร็อคที่ยิ่งใหญ่
ที่สุดและโด่งดังที่สุดของอังกฤษในยุค 90 นำทีมโดย 2 พี่น้องสุดซ่า ตระกูล กัลลาเกอร์ ที่ชื่อ โนล มือกีตาร์และ
นักแต่งเพลงและน้องชาย เลียม เป็นนักร้องนำ ทั้งคู่มาจากเบอร์นิจเมืองชนบทของแมนเชสเตอร์

 

     Oasis ได้รวมเอาสูตรสำเร็จของสุดยอดในวงการดนตรีมารวมไว้ในวง Oasis ดูห้าวๆ ออกมา
คล้ายวง The Rolling Stones และ The Who แต่ตัวเพลงมีโครงสร้างคล้าย The Jam และ The
Kinks ผสมผสานเสียงกีตาร์ทรงพลังอย่างของ The Sex Pistols แต่ก็มีความเป็นป๊อปติดหูเหมือน The
Beatles วงดนตรีที่ 2 พี่น้อง โนล และ เลียม กัลลาเกอร์ ยอมรับว่าเป็นอิทธิพลหลักในการทำงาน

ด้วยฝีมือทางดนตรีที่มีอยู่อย่างเต็มเปี่ยมบวกกับอิทธิพลทางดนตรีจาก The Beatles ที่พวกเขา
หลงใหล ผสมผสานความเป็นร็อค ที่มีเมโลดี้สวยงามลงตัว และเนื้อหาที่โดดเด่น กับเสียงร้องยานคาง อันเป็น
เอกลักษณ์เฉพาะตัว รวมกับนิสัยส่วนตัวที่หยิ่งผยอง ยโสโอหัง ปากดี และความกวนประสาท ทั้งหมดคือองค์
ประกอบของความสำเร็จ ที่ใครก็ลอกเลียนแบบพวกเขาไม่ได้ ที่ทำให้พวกเขาประสบความสำเร็จมากที่สุด ทั้ง
ชื่อเสียงเกียรติยศ และเงินทอง จนถูกกล่าวขานไปทั่วโลก

 
Photobucket
 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

        Oasis นั้นได้รับการขนานนามให้เป็นสุดยอดวงอมตะตลอดกาล เช่นเดียวกับอีกหลายๆวง เช่น

The  Beatles และ The Rolling Stones แม้ว่าในช่วงหลังๆ อันดับความนิยมของวงอาจจะลดลง แต่ก็ไม่เคย
หายไปจากหัวใจแฟนเพลง ผู้หลงไหลในเสียงดนตรีที่มีเอกลักษณ์ ทำให้ในปัจจุบัน Oasis ยังคงเป็นวงดนตรี
อันดับหนึ่งในใจคนหลายๆคนทั่วโลกอีกมากมาย

เนื้อหาเพลงของ Oasis แสดงถึงความเป็นอังกฤษมากๆ เพลงของโนลส่วนใหญ่ก็ยืมทำนองมาจาก
เพลงฮิตคลาสสิค เช่น เพลง Cigarettes and Alcohol ซิงเกิ้ลดังในอังกฤษเพลงแรกของวง เอาทำนอง
มาจากเพลง Get It On ของ T Rex ไปจนกระทั่งถึงเพลงของ Wham แต่ดึงมาเฉพาะ ส่วนที่ฟังแล้วติดหู
และปรับแต่งใหม่ให้เหมาะกับยุค พวกเขาช่วยสร้างสีสัน ให้วงการเพลงกีตาร์ป๊อป ของอังกฤษคึกคักขึ้นมาได้
อีกครั้งในช่วงกลางยุค 90 ร่วมกับ Blur และ Suede สร้างซีนที่เรียกกันว่า Britpop

สมาชิกในวงที่อยู่กับวงมาโดยตลอดคือ 2 พี่น้อง เลียมและโนล นอกจากนี้ยังมีสมาชิกอีกหลายคนทั้ง
เก่าและใหม่ผสมกันไปในตลอดระยะเวลาหลายปีที่ผ่านมา


(1991–1993) บุกเบิก

Photobucket

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

         โนล ไม่ได้เป็นตัวตั้งตัวตีในการตั้งวง แรกเริ่มเดิมทีเพื่อนๆของเลียมที่เรียนโรงเรียนเดียวกัน คือ พอล
"โบนเฮด" อาร์เธอร์ส (มือกีตาร์), พอล แม็คเกวียน (มือเบส), และโทนี่ แม็คแครอล (มือกลอง) ตั้งวงดนตรีอยู่แล้วชื่อ Rain เลียม เข้าวงมาทีหลังเมื่อปี 1990ในฐานะนักร้องนำ พอเข้าวง เลียมก็แนะให้เปลี่ยนชื่อวงเป็น Oasis ตามชื่อเวนิว Oasis Leisure Centre ในเมืองสวินดอน จากในโปสเตอร์โฆษณาคอนเสิร์ตของวง Inspiral Carpets ที่ติดอยู่ในห้องนอนเขา แต่ถึงจะเปลี่ยนชื่อเป็น Oasis แต่ก็ยังเป็นวงที่ไม่มีใครสนใจเอาซะเลย จนกระทั่งวันหนึ่ง โนล กลับมาบ้านในแมนเชสเตอร์ หลังจากไปทำงานอยู่กับวง Inspiral Carpets
ซะหลายปีในฐานะกีตาร์ เทคนิเชี่ยน เลียมก็ชวนเขามาเป็นผู้จัดการวง โนล ขำกลิ้งบอกไม่เอาด้วยหรอก ท่าทาง Oasis ไปไม่ถึงไหนแหงๆ แต่ปรากฏว่า Inspiral Carpets ดันโละทีมงานโร้ดดี้ทั้งแผง ในเมื่อไหนๆ
ก็ตกงานแล้ว ก็เลยรับ ปากน้องชายตอนปี 1991 แต่จะเป็นมือกีตาร์ให้เท่านั้น ไม่ใช่ผู้จัดการ

 

Photobucket

 

 

 

             Oasis ขึ้นเวทีครั้งแรกที่บอร์ดวอล์คในแมนเชสเตอร์ เดือนตุลาคมปี1991 แรกๆโนลไม่ค่อย
ซีเรียสกับวงเท่าไหร่ แค่เล่นดนตรี ฆ่าเวลาไปวัน ๆ จนกระทั่งมีวันหนึ่งเขาเกิดอาการพานิคอย่างหนัก
ถึงขั้นต้องไปหาหมอ ปรากฏว่าหมอสั่งให้เลิก สูบกัญชา พอเลิกสูบสมองโล่ง ความคิดบรรเจิกแต่งเพลง ออกมาเพียบ กลายเป็นเพลงฮิตของ Oasis ในภายหลังทั้งนั้น ไม่ว่าจะเป็น Columbia , Rock 'N Roll Stars , Whatever ฯลฯ


(1994–1998) ผงาดง้ำค้ำโลก

 

Photobucket

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

          31 พฤษภาคม 1993 โนล ได้ข่าวว่า อลัน แม็คกี ที่ตอนนั้นเป็น ประธานบริษัทแผ่นเสียง Creation
Records จะไปดู คอนเสิร์ตที่ คิง ทุตส์ ไนท์คลับในกลาสโกว์ในคืนนั้น เขาพา Oasis กับลูกทีมรวม 17 คน
บุกไปขึ้นเวทีที่นั่นโดยที่ไม่มีการจองคิว กับโปรโมเตอร์ล่วงหน้า โปรโมเตอร์ที่มีบอดี้การ์ดอยู่แค่ 2 คนเลยจำใจ
ยอมให้ Oasis ขึ้นเวทีครึ่งชั่วโมง อลัน ประทับใจ มากรีบคว้า Oasis มาเซ็นสัญญา ทันทีด้วยสนนราคา
60,000 ปอนด์ จากนั้นอีกไม่กี่เดือน ก็สร้างชื่อกระฉ่อน เรียกร้องความสนใจจากนักข่าวจนเป็นที่รู้จักไป
ทั่ว ทั้งที่ยังไม่ได้ออกผลงานเลยด้วยซ้ำ ด้วยพฤติกรรมกร่างๆแบบ Bad Boy ของพวกเขานั่นเอง

 

Photobucket

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

      11 เมษายน 1994 Oasis มีซิงเกิ้ลแรก Supersonic ที่ออกมาดีสมราคาคุย เป็นที่ชื่นชอบของนักวิจารณ์

ทันที ถึง 2 พี่น้องกัลเลเกอร์จะชอบให้สัมภาษณ์ในลักษณะขี้คุยก็ตาม แต่ดูเหมือนว่ายิ่งพวกเขาพูดทับถม
ศิลปินรายอื่นมากเท่าไหน Oasis ก็ยิ่งเป็นที่ชื่นชอบและเป็นที่รู้จักมากขึ้นเท่านั้น ในขณะที่ซิงเกิ้ลที่2 อย่างเพลง Shakermaker ก็ประสบความสำเร็จอย่างดี ซิงเกิ้ลที่ 3 Live Forever ออกตามมายก่อนอัลบั้มแรกวางแผง 1 เดือน เป็นเพลงฮิต ในอังกฤษได้อีกเหมือนเดิม เมื่อ Definitely Maybe อัลบั้มแรก
ของพวกเขาออกขายเมื่อวันที่ 26 กรกฎาคม1994 ก็เข้าอันดับ 1 ทันทีและกลายเป็นอัลบั้มแรกของศิลปินหน้าใหม่ที่ขายดีที่สุดในประวัติศาสตร์ วงการเพลงของอังกฤษ ค้างคาอยู่ใน Top 20 ถึง 18 เดือน เขย่าวงการเพลงร็อคอังกฤษอย่างที่ไม่มีใครเคยทำได้มาก่อน ซิงเกิ้ลเดี่ยว Whatever ที่ไม่ได้นำมารวมในอัลบั้มชุดไหนเลย ของพวกเขาขึ้นถึงอันดับ 3 ในอังกฤษช่วงคริสต์มาสปี 1994 เป็นการส่งท้ายปีไปอย่างสวยงาม ในปีนั้นเองก็ได้เกิดปรากฏการณ์ของความคลั่ง ไคล้ Oasis กันขนานใหญ่ที่อังกฤษอย่างที่ไม่เคยมีวงไหนทำได้มาก่อน

Photobucket

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

          ปี 1995 เริ่มต้นปีด้วยความสำเร็จ Oasis ได้รับรางวัล Best Band, Best New Band และ Best Single

(จากเพลง "Live Forever") จาก NME Brat Awards ตามมาด้วยการคว้ารางวัลสำคัญ Best Newcomer จาก BRIT Award ในเดือนต่อมา พวกเขาประสบความสำเร็จอย่างล้นหลามจากการทัวร์คอนเสิร์ต บัตรถูกขายหมดเกลี้ยงในทุกโชว์ในอังกฤษ วงจึงได้หันไปเน้นโปรโมชันในตลาดอเมริกา
และกลายเป็นขวัญใจ MTV และสถานีวิทยุโมเดิร์นร็อคของอเมริกา มีเพลงฮิตอย่าง Live Forever กับ Supersonic ในที่สุดอัลบั้มDefinitely Maybe ก็ได้แผ่นเสียงทองคำในสหรัฐ Oasis ประสบความสำเร็จขึ้นเรื่อยๆ สวนทางกับความสัมพันธ์ ของสมาชิกในวง โดยเฉพาะ 2 พี่น้อง โนล ไม่พอใจที่ เลียม สปอยล์มากชอบเดินออกจากเวทีคอนเสิร์ตไปเฉย ๆ ถ้าเกิดไม่สบอารมณ์ขึ้นมา มีครั้งหนึ่งหลังจากที่โนลเพิ่งแต่งเพลง Don't Look Back In Anger กับ Wonderwall เสร็จใหม่ๆ โนลบอกว่าเลียมมีสิทธิร้องแค่เพลงเดียว อีกเพลงเขาจะร้องเอง เลียมฟังแล้วหงุดหงิดอารมณ์เสียมากถึงกับทำลายข้าวของ

 

Photobucket

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

          14 เมษายน 1995 ก่อนหน้าซิงเกิ้ล Some Might Say ออกขาย 1 วัน โทนี่ แม็คแครอล มือกลอง
ก็ ถูกไล่ออ